ภาพรวม
บิลด์นี้แบ่งออกเป็นสองช่วงสำหรับ League Starter โดยพาตัวละคร Warrior ผ่าน Campaign ทั้งหมดก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสายระยะไกลใช้ระเบิดในการทำ Map Levelling ใช้ Volcanic Fissure คู่กับ Shockwave Totem และ Earthquake — Totem จะเป็นตัวกระตุ้น Fissure ขณะที่พื้นขรุขระจาก Earthquake ถูกจุดชนวนเพื่อดีลดาเมจหนักกับบอส เมื่อถึงเลเวล 52 ตัวละครเดิมจะ Respec ไปใช้ Mortar Cannon และ Cluster Grenade บน Crossbow โดยใช้ต้นไม้ passive ร่วมกันถึงประมาณ 80% ทำให้การเปลี่ยนสายใช้ Gold น้อยมาก
Ascendancy Warbringer คือตัวที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: Lab แรกให้วางโทเทมเพิ่มพร้อม Spirit ที่เพิ่มทั้งความสามารถในการโจมตีและการป้องกัน ส่วน Lab ที่สองส่งดาเมจที่รับ 20% ไปยัง Totem ใกล้ๆ เพื่อเป็นชั้นป้องกันระหว่าง Campaign ผู้สร้างย้ำชัดว่าบิลด์นี้สร้างมาเพื่อผู้เล่นหน้าใหม่โดยเฉพาะ — ทั้งสองช่วงของบิลด์ดีลดาเมจจากนอกระยะโจมตีของมอนสเตอร์ Totem ดึง Aggro ไว้ และตั้งใจให้ต้องการ Gear ต่ำ
ข้อดี & ข้อเสีย
ข้อดี
- ใช้ต้นไม้เดียวตั้งแต่ Act 1 ถึง Endgame — ใช้ Regret Point น้อยมากสำหรับการเปลี่ยนสายที่เลเวล 52
- Volcanic Fissure + Shockwave Totem ทำให้บอสง่ายขึ้นมากด้วยการสะสม Jagged Ground จาก Earthquake แม้จะใช้อาวุธจาก Vendor
- Mortar Cannon Scale ได้ดีจาก Ring/Gloves ที่ Added Physical Damage ราคาถูก และ Amulet ที่ +1 Projectile — ทุกอย่างหาได้ง่ายช่วง League Start
- Totem ของ Warbringer รับดาเมจแทน 20%; รวมกับ Armour + Shield ทำให้ Campaign อยู่รอดได้สบายสำหรับการเล่นแบบ Casual
ข้อเสีย
- Act 1 ยากสำหรับ Warrior ทุกคน — โดยเฉพาะ Red Veil และ Grim Tangle ที่โหดมากสำหรับตัวละครสาย Melee ก่อนที่ Rage Support Gem จะ Unlock
- ต้องอัปอาวุธทุกๆ 7–10 เลเวลโดยประมาณเพื่อตามทันการ Scale ของมอนสเตอร์ ไม่ใช่บิลด์แบบ “วางแล้วลืม”
- Resistance ต้องอยู่ที่ประมาณ 50% ทั้ง Fire/Cold/Lightning ก่อนเข้า Interlude มิฉะนั้นจะรู้สึกบอบบางในโซนเชื่อมต่อ
- Rotation ของ Mortar Cannon ต้องวาง Totem สลับกันทุกๆ วินาที แทนที่จะวางติดๆ กัน — ไม่ยากแต่ก็ไม่ใช่แค่กดปุ่มเดียว
Skills หลัก
- Volcanic Fissure — ทักษะดาเมจช่วง Levelling; วางบนพื้นแล้วให้ Totem จุดชนวน
- Shockwave Totem — กระตุ้น Fissure และ Jagged Ground พร้อมดึง Aggro ออกจากผู้เล่น
- Earthquake — สร้าง Jagged Ground สำหรับ Single Target บอส; ใช้คู่กับ Shockwave Totem เพื่อดีลแบบก้อน
- Mortar Cannon — ทักษะระยะไกลหลักบน Crossbow หลังเลเวล 52; Scale กับการวาง Totem และจำนวน Projectile
- Cluster Grenade — เก็บกวาดช่วงปลาย Campaign และ Mapping ด้วย Shrapnel Projectile; ได้ประโยชน์สูงสุดจาก Gear +Projectile
- Bone Shatter — เก็บกวาดช่วงต้น Act 1 ก่อน Rage Support จะ Unlock; ใช้เฉพาะกับศัตรูที่ถูก Highlight (Heavy-stunned)
Gear & Anointments
Act 1 เริ่มด้วย Shield + อาวุธมือเดียวเพื่อความอยู่รอด จากนั้นเปลี่ยนเป็นอาวุธสองมือเมื่อ Rage Support Unlock จากบอสถ้ำ Mad Burrow ตั้งแต่ Act 2 เป็นต้นไปกลับมาใช้อาวุธมือเดียว + Shield เพื่อเล่น Volcanic Fissure อย่างปลอดภัย เมื่อถึงเลเวล 52 จะเปลี่ยนเป็น Crossbow — ตัวที่ดีที่สุดคือ Bombarding Crossbow เพราะมี Grenade Implicit พิเศษ แต่ Crossbow Physical DPS 250–300 ทั่วไปจากเว็บเทรดก็ใช้ได้
สำหรับ Rare Gear เพื่อ Scale: Added Physical Damage บน Ring, Added Physical Damage บน Gloves และ Amulet ที่มี +1 Projectile Skills คือ Slot ราคาถูกที่คุ้มค่าที่สุด ใส่ Quality + Iron Rune บนอาวุธเพื่อดัน Physical DPS และ Jewel ควรมี Modifier ดาเมจสองอย่างในแต่ละชิ้น (Elemental, Totem, Fire หรือ Attack Damage) สำหรับ Unique เฉพาะให้ตรวจสอบจากวิดีโอต้นทาง
เครดิต & แหล่งที่มา
บิลด์โดย Poeguy007 ดูวิดีโอต้นทางสำหรับ Gameplay และคำอธิบายแต่ละ Act: PoE 2 — POEGuy’s Mortar Cannon Warbringer League Starter – Full Campaign Guide
![[PoE 2] - POEGuy’s Mortar Cannon Warbringer League Starter – Full Campaign Guide](https://i.ytimg.com/vi/c5394wtgNAM/maxresdefault.jpg)